![]() |
ทำเนียบรัฐบาล พุธ 15 มกราคม 2568 บทความ |
ปี 2533 เมื่อครั้งผมเป็นวัยรุ่น เพลงประวัติศาสตร์ ของคริสติน่า อากีล่า ดังกระหึ่มไปทั่วประเทศ และทุกยังนี้ยังคงได้รับความนิยมในกลุ่มคนวัย 50 แต่ครั้งนั้น “ประวัติศาสตร์จะไม่ซ้ำประวัติศาสตร์จะต้องเปลี่ยน” เป็นเรื่องชายหญิงเท่าเทียมกัน ไม่ทราบว่าเด็กรุ่นหลังรู้จักเพลงนี้กันหรือไม่
ย้อนหลังไปไกลนิดสมัยผมเรียนชั้นประถมที่โรงเรียนปรินส์ จ.เชียงใหม่ มีเพื่อนเป็นกระเทย เพื่อนๆ สมัยก่อนไม่มีคำว่าบูลลี่ คือล้อเลียน ก็ชอบไปล้อกัน เขาคงเจ็บปวด แต่สำหรับเพื่อนที่เป็นทอม หญิงที่อยากเป็นชาย พวกเขาไม่รู้สึกเท่าไหร่
เมื่อครั้งผมเรียนมหาวิทยาลัยปี 2535 มีเพื่อน ทอมกับดี้ หญิงกับหญิงคบกัน ก็ไม่มีใครล้ออะไรมาก แต่ไม่เห็น ผู้ชายกับผู้ชายอยู่ด้วยกัน และอีก 2 วันข้างหน้าประเทศไทยกำลังเข้าสู่ยุคสิทธิพลเมืองใหม่อีกครั้งที่จะทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ฉีกทุกกฎของศาสนาในโลก
ต้องขอบคุณทุกฝ่าย สภาผู้แทนราษฎร ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านร่วมร่วมพรรคดันกฎหมายฉบับนี้ออกมา
ในฐานะผู้ช่วย สส.สุธรรม แสงประทุม พรรคเพื่อไทย ผมจึงได้ทำบทความรายงานฉบับนี้ขึ้นมาเพื่อให้เห็นความเปลี่ยนแปลงทางด้านเศรษฐกิจและการเมืองที่กำลังเกิดขึ้น
ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของความเท่าเทียมทางสังคม ด้วยการประกาศใช้กฎหมายสมรสเท่าเทียม ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันพฤหัสบดีที่ 23 มกราคม 2568 1 กฎหมายนี้เปิดโอกาสให้คู่รัก LGBTQ+ สามารถจดทะเบียนสมรสได้ทั้งในประเทศไทย และที่สถานทูตไทยในต่างประเทศทั่วโลก 2 นับเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และประเทศที่สามในเอเชีย 3 ที่ให้สิทธิคู่รัก LGBTQ+ จดทะเบียนสมรสอย่างถูกต้องตามกฎหมาย พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงลงพระปรมาภิไธยในร่างกฎหมายดังกล่าว และประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2567 3 การเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงความก้าวหน้าทางสังคมของไทย แต่ยังเป็นการใช้ “ซอฟต์พาวเวอร์” รูปแบบใหม่ ที่มีศักยภาพในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและยกระดับภาพลักษณ์ของประเทศบนเวทีโลก
ซอฟต์พาวเวอร์: อำนาจแห่งการดึงดูดใจ
ซอฟต์พาวเวอร์ คือ อำนาจในการโน้มน้าวใจและดึงดูดให้ผู้อื่นคล้อยตาม โดยอาศัยวัฒนธรรม ค่านิยม และนโยบายของประเทศ 5 ต่างจากฮาร์ดพาวเวอร์ ซึ่งใช้อำนาจทางการทหารหรือเศรษฐกิจในการบีบบังคับ ซอฟต์พาวเวอร์ไม่ได้เป็นเพียงการเผยแพร่วัฒนธรรม แต่เป็นการใช้วัฒนธรรมเหล่านั้นเพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีกับนานาประเทศ สร้างภาพลักษณ์ที่ดี และโน้มน้าวให้ผู้อื่นเห็นด้วยกับแนวทางและนโยบายของประเทศ 5 ตัวอย่างเช่น ญี่ปุ่นใช้ซอฟต์พาวเวอร์ผ่านวัฒนธรรมอนิเมะและมังงะ 5 หรือเกาหลีใต้ที่ใช้ K-Pop และซีรีส์ 5 ประเทศไทยเองก็มีซอฟต์พาวเวอร์ที่โดดเด่น เช่น อาหารไทย มวยไทย และเทศกาลต่างๆ 6 ซึ่งล้วนเป็นที่รู้จักและชื่นชอบของชาวต่างชาติ แม้กระทั่ง "ลิซ่า Blackpink" ศิลปินชาวไทย ก็ถือเป็นซอฟต์พาวเวอร์ที่ช่วยเผยแพร่วัฒนธรรมไทยผ่านดนตรี K-Pop และเวทีโลก 7
สมรสเท่าเทียม: ซอฟต์พาวเวอร์ในมิติใหม่
การประกาศใช้กฎหมายสมรสเท่าเทียมของไทย ถือเป็นการใช้ซอฟต์พาวเวอร์ในมิติใหม่ ที่สะท้อนถึงค่านิยมของสังคมไทยยุคใหม่ ที่เปิดกว้าง ยอมรับความหลากหลาย และเคารพสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นความเท่าเทียมทางเพศ ซึ่งเป็นประเด็นที่ทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญ การที่ประเทศไทยเป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ผ่านกฎหมายนี้ ยิ่งตอกย้ำภาพลักษณ์ความเป็นผู้นำด้านความเท่าเทียมในภูมิภาค และสอดคล้องกับการใช้ซอฟต์พาวเวอร์ในด้านอื่นๆ ที่ประสบความสำเร็จมาแล้ว การจดทะเบียนสมรสเท่าเทียมจะส่งผลต่อการเมืองในประเทศไทยในหลายด้าน:
เสริมสร้างภาพลักษณ์ความก้าวหน้าทางสังคม: ประเทศไทยจะเป็นประเทศแรกในอาเซียนและประเทศที่ 3 ในเอเชียที่มีกฎหมายรับรองการสมรสของคู่รักเพศเดียวกัน ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ของไทยในฐานะประเทศที่มีความก้าวหน้าทางสังคมและเปิดกว้างต่อความหลากหลาย
เพิ่มความน่าเชื่อถือในเวทีระหว่างประเทศ: การผ่านกฎหมายนี้แสดงให้เห็นว่าไทยปฏิบัติตามพันธสัญญาที่มีต่อนานาประเทศในการส่งเสริมสิทธิมนุษยชน ซึ่งจะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือของไทยในเวทีระหว่างประเทศ
กระตุ้นการอภิปรายทางสังคมและการเมือง: แม้กฎหมายจะผ่านแล้ว แต่ยังมีประเด็นที่ต้องขับเคลื่อนต่อ เช่น พ.ร.บ.รับรองอัตลักษณ์ทางเพศสภาพ และการปรับปรุงกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องซึ่งจะนำไปสู่การอภิปรายทางสังคมและการเมืองอย่างต่อเนื่อง
ส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการเมืองของกลุ่ม LGBTQIA+: การรับรองสิทธิของกลุ่ม LGBTQIA+ อาจนำไปสู่การมีส่วนร่วมทางการเมืองที่มากขึ้นของกลุ่มนี้ ทั้งในแง่ของการลงสมัครรับเลือกตั้งและการแสดงความคิดเห็นทางการเมือง
ท้าทายโครงสร้างอำนาจเดิม: การเปลี่ยนแปลงนี้อาจสร้างความไม่พอใจให้กับกลุ่มอนุรักษ์นิยมบางส่วน ซึ่งอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในระยะยาว
เปิดโอกาสทางเศรษฐกิจ: การรับรองสิทธิของคู่รักเพศเดียวกันอาจนำไปสู่การเติบโตทางเศรษฐกิจในบางภาคส่วน เช่น การท่องเที่ยว ซึ่งอาจส่งผลต่อนโยบายทางเศรษฐกิจและการเมืองในอนาคต
อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงทัศนคติของสังคมไทยต่อประเด็นนี้อาจต้องใช้เวลาและรัฐบาลจำเป็นต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างความเข้าใจและการยอมรับในสังคม
การจดทะเบียนสมรสเท่าเทียมที่จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 23 มกราคม 2568 จะส่งผลดีต่อการลงทุนในประเทศไทยหลายด้าน:
เพิ่มความน่าเชื่อถือในระดับนานาชาติ: การผ่านกฎหมายนี้แสดงให้เห็นว่าไทยปฏิบัติตามพันธสัญญาด้านสิทธิมนุษยชนกับนานาประเทศ ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ของไทยในฐานะประเทศที่มีความก้าวหน้าทางสังคมและเปิดกว้างดึงดูดการลงทุนจากกลุ่ม LGBTQIA+: กลุ่ม LGBTQIA+ มีกำลังซื้อสูง โดยมีรายได้เฉลี่ยสูงกว่าครัวเรือนทั่วไป ซึ่งอาจนำไปสู่การลงทุนในธุรกิจต่างๆ ในประเทศไทย
กระตุ้นการลงทุนในภาคบริการ: ธุรกิจบริการหลายสาขาจะมีโอกาสเติบโต เช่น ธุรกิจโรงแรม ธุรกิจจัดงานแต่งงาน และธุรกิจท่องเที่ยว ซึ่งจะดึงดูดการลงทุนทั้งจากในและต่างประเทศ
เพิ่มโอกาสการลงทุนในธุรกิจการเงิน: คู่สมรส LGBTQIA+ จะสามารถทำธุรกรรมทางการเงินร่วมกันได้ เช่น การกู้เงินซื้อบ้าน ซึ่งจะเพิ่มโอกาสการลงทุนในภาคการเงินและอสังหาริมทรัพย์
สร้างโอกาสการลงทุนในธุรกิจเฉพาะกลุ่ม: เช่น ธุรกิจให้คำปรึกษาและวางแผนครอบครัวสำหรับคู่รักหลากหลายเพศ ซึ่งเป็นตลาดใหม่ที่มีศักยภาพสูง
เพิ่มโอกาสการจัดงานระดับนานาชาติ: ไทยอาจมีโอกาสเป็นเจ้าภาพจัดงานเทศกาลระดับโลกอย่าง World Pride ซึ่งจะดึงดูดการลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้อง
การจดทะเบียนสมรสเท่าเทียมจึงไม่เพียงแต่ส่งเสริมสิทธิมนุษยชน แต่ยังเป็นโอกาสสำคัญในการดึงดูดการลงทุนและพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยในระยะยาว โดยเฉพาะในภาคบริการและธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับกลุ่ม LGBTQIA+
ผลดีทางเศรษฐกิจ
การเปิดรับสมรสเท่าเทียม คาดว่าจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจไทยในหลายด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว 9 เนื่องจากประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยว LGBTQ+ อยู่แล้ว 10 กฎหมายฉบับนี้จะยิ่งเพิ่มความน่าสนใจของไทยในสายตาชาวโลก และดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ให้เดินทางเข้ามามากขึ้น มีการคาดการณ์ว่า รายได้จากการท่องเที่ยวจะเพิ่มขึ้นประมาณ 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 7 หมื่นล้านบาทต่อปี 10
นอกจากนี้ การสมรสเท่าเทียมยังส่งผลดีต่อภาคธุรกิจอื่นๆ เช่น ธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และธุรกิจจัดงานแต่งงาน 10 กฎหมายนี้จะทำให้ไทยกลายเป็นศูนย์กลางการจัดงานแต่งงานสำหรับคู่รัก LGBTQ+ จากประเทศเพื่อนบ้านในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ยังไม่มีกฎหมายรองรับการสมรสเท่าเทียม 10 รวมถึงธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการวางแผนครอบครัว เช่น การรับบุตรบุญธรรม การทำประกันชีวิต และการวางแผนทางการเงิน 10
การผลักดันให้เกิดการยอมรับความหลากหลายทางเพศ ย่อมส่งผลดีต่อการพัฒนาเศรษฐกิจในระยะยาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดึงดูดนักลงทุนและบุคลากรที่มีความสามารถจากทั่วโลก ซึ่งมองหาประเทศที่เปิดกว้างและให้ความสำคัญกับสิทธิมนุษยชน 10
ผลกระทบทางเศรษฐกิจของกฎหมายนี้มีนัยสำคัญ การศึกษาชี้ว่าการทำให้การแต่งงานระหว่างเพศเดียวกันถูกกฎหมายอาจเพิ่ม GDP ของไทยได้ถึง 0.3% โดยเฉพาะจากการท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง ประเทศไทยพร้อมที่จะกลายเป็นจุดหมายปลายทางชั้นนำสำหรับนักท่องเที่ยว LGBTQ+ โดยเฉพาะสำหรับพิธีแต่งงานและการฮันนีมูน
Agoda ร่วมกับ Access Partnership คาดการณ์ว่ากฎหมายใหม่นี้อาจดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นถึง 4 ล้านคนต่อปี การไหลเข้ามานี้คาดว่าจะกระตุ้นภาคส่วนต่างๆ ของเศรษฐกิจไทย:
อุตสาหกรรมการแต่งงาน: สถานที่จัดงานแต่งงานของไทยที่เป็นที่นิยมอยู่แล้วจะเห็นความต้องการพุ่งสูงขึ้นจากคู่รักเพศเดียวกันที่มองหาสถานที่ที่แปลกตาและเปิดกว้างสำหรับพิธีแต่งงานของพวกเขา
ภาคการบริการ: โรงแรม รีสอร์ท และสถานที่จัดงานต่างๆ น่าจะได้รับประโยชน์จากการจองที่เพิ่มขึ้นสำหรับงานแต่งงานและฮันนีมูน
บริการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว: ตั้งแต่บริษัทนำเที่ยวไปจนถึงช่างฝีมือท้องถิ่น ผลกระทบที่ลุกลามจากการท่องเที่ยว LGBTQ+ ที่เพิ่มขึ้นจะรู้สึกได้ทั่วทั้งอุตสาหกรรม
ความบันเทิงและไนท์ไลฟ์: ฉากความบันเทิงที่คึกคักของไทย โดยเฉพาะในเมืองอย่างกรุงเทพฯ และภูเก็ต คาดว่าจะเฟื่องฟูด้วยการหลั่งไหลเข้ามาของนักท่องเที่ยว LGBTQ+
การจดทะเบียนสมรสเท่าเทียมจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจไทยในระยะยาวหลายด้าน:
กระตุ้นการเติบโตของธุรกิจบริการหลายสาขา โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการจัดงานแต่งงาน เช่น โรงแรม สตูดิโอถ่ายภาพ และธุรกิจเช่าชุดแต่งงาน1
ส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่ม LGBTQIA+ ซึ่งมีกำลังซื้อสูงและชอบเดินทางท่องเที่ยว
เพิ่มโอกาสให้ไทยเป็นศูนย์กลางการจัดงานแต่งงานของทุกเพศสภาพในเอเชีย สร้างรายได้ให้กับประเทศ
ขยายตลาดสำหรับธุรกิจประกันภัยและบริการทางการเงิน เนื่องจากคู่สมรส LGBTQIA+ จะสามารถทำประกันชีวิตให้กันและกู้เงินร่วมกันได้
สร้างโอกาสสำหรับธุรกิจเฉพาะกลุ่ม เช่น ธุรกิจให้คำปรึกษาและวางแผนครอบครัวสำหรับคู่รักหลากหลายเพศ
เปิดโอกาสให้ไทยเป็นเจ้าภาพจัดงานเทศกาลระดับโลกอย่าง World Pride ซึ่งจะสร้างรายได้มหาศาล
ส่งเสริมภาพลักษณ์ของไทยในฐานะประเทศที่เปิดกว้างและเป็นมิตรกับ LGBTQIA+ ซึ่งจะช่วยดึงดูดการลงทุนและการท่องเที่ยวในระยะยาว
การรับรองสมรสเท่าเทียมจึงไม่เพียงแต่ส่งเสริมสิทธิมนุษยชน แต่ยังเป็นโอกาสสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยในระยะยาวอีกด้วย
ยกระดับภาพลักษณ์ประเทศ
การประกาศใช้กฎหมายสมรสเท่าเทียม เป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนถึงความมุ่งมั่นของไทยในการส่งเสริมสิทธิมนุษยชน และความเท่าเทียมทางเพศ 11 ซึ่งจะช่วยยกระดับภาพลักษณ์ของประเทศไทยในสายตาชาวโลก และสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างชาติ กฎหมายฉบับนี้ยังแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์กว่า 60 มาตรา โดยเปลี่ยนแปลงคำศัพท์จาก "สามี" "ภรรยา" "ชาย" และ "หญิง" เป็นคำที่เป็นกลางทางเพศ เช่น "คู่สมรส" 4 สะท้อนถึงความตั้งใจในการสร้างสังคมที่เท่าเทียมกันอย่างแท้จริง
ประเทศไทยมีชื่อเสียงในด้านการเป็นมิตรกับนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักท่องเที่ยว LGBTQ+ 10 การประกาศใช้กฎหมายสมรสเท่าเทียม ยิ่งเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์ดังกล่าว และอาจช่วยให้ประเทศไทยได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพจัดงาน WorldPride ในอนาคต ซึ่งเป็นงานระดับนานาชาติที่ส่งเสริมความเข้าใจเกี่ยวกับ LGBTQ+ และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศเจ้าภาพ 10
บทสรุป
การจดทะเบียนสมรสเท่าเทียมในประเทศไทย ถือเป็นการใช้ซอฟต์พาวเวอร์รูปแบบใหม่ ที่มีศักยภาพในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและยกระดับภาพลักษณ์ของประเทศ โดยสะท้อนถึงความก้าวหน้าทางสังคม การเปิดกว้าง และการเคารพสิทธิมนุษยชน ซึ่งเป็นคุณค่าที่ทั่วโลกให้ความสำคัญ เพื่อให้ใช้ประโยชน์จากซอฟต์พาวเวอร์นี้ได้อย่างเต็มที่ รัฐบาลไทยจำเป็นต้องสื่อสาร ประชาสัมพันธ์ และสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายฉบับนี้ ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อให้เกิดการยอมรับ และดึงดูดให้ประเทศไทยกลายเป็น “LGBTQ+ Global Destination” อย่างแท้จริง และบรรลุเป้าหมายทางเศรษฐกิจและสังคมที่ประเทศไทยมุ่งหวัง
อ้างอิง
1. พร้อมเเล้ว! ชวนคู่รักจดทะเบียน "สมรสเท่าเทียม" วันเเรก 23 ม.ค.นี้ | 20 ม.ค. 68 | ข่าวใส่ไข่ - YouTube, เข้าถึงเมื่อ มกราคม 21, 2025 https://www.youtube.com/watch?v=eAKpYsT6_bc
2. ดีเดย์ 23 ม.ค.! จดทะเบียน “สมรสเท่าเทียม” ได้ทุกอำเภอ/เขต -สถานทูตไทยในต่างประเทศทั่วโลก, เข้าถึงเมื่อ มกราคม 21, 2025 https://today.line.me/th/v2/article/kE3yOj0
3. Thailand legalizes same-sex marriage, allows couples to wed starting in January | AP News, เข้าถึงเมื่อ มกราคม 21, 2025 https://apnews.com/article/thailand-marriage-equality-law-e0df9fa2d38afc81c53dda81ce489be5
4. Thailand Legalizes Same-Sex Marriage, เข้าถึงเมื่อ มกราคม 21, 2025 https://thailand.prd.go.th/en/content/category/detail/id/52/iid/327229
5. Soft Power ส่งผลให้เกิดอิทธิพลทางวัฒนธรรมและเศรษฐกิจอย่างไร ..., เข้าถึงเมื่อ มกราคม 21, 2025 https://www.popticles.com/business/what-is-soft-power/
6. ซอฟต์พาวเวอร์คืออะไร มีอะไรบ้าง ส่งผลกับการใช้ชีวิตยังไง - เงินติดล้อ, เข้าถึงเมื่อ มกราคม 21, 2025 https://www.tidlor.com/th/article/lifestyle/general/what-is-soft-power
7. Soft Power อำนาจแห่งความสร้างสรรค์ เพื่อสรรค์สร้างเศรษฐกิจไทย, เข้าถึงเมื่อ มกราคม 21, 2025 https://www.businesseventsthailand.com/th/press-media/news-press-release/detail/1461-soft-power-the-power-of-creativity-to-build-the-thai-economy
8. Thailand to allow same-sex couples to marry in January | LGBTQ ..., เข้าถึงเมื่อ มกราคม 21, 2025 https://www.aljazeera.com/news/2024/9/25/thailand-to-allow-same-sex-couples-to-marry-in-january
9. รัฐบาลไทย-ข่าวทำเนียบรัฐบาล-นายกฯ เปิดทำเนียบฯ ถ่ายภาพประวัติศาสตร์ 'สมรสเท่าเทียม' ทั่วโลกชื่นชม ธงสีรุ้งปักลงบนประเทศไทยอย่างภาคภูมิใจ บังคับใช้กม. 23 ม.ค. นี้, เข้าถึงเมื่อ มกราคม 21, 2025 https://www.thaigov.go.th/banner/id/876
10. สมรสเท่าเทียม ดัน “ไทย” จุดหมายใหม่ LGBTQIA+ อาเซียน ดึงคู่รัก ..., เข้าถึงเมื่อ มกราคม 21, 2025 https://www.thairath.co.th/money/business_marketing/trends/2825709
11. รัฐบาลไทย-ข่าวทำเนียบรัฐบาล-'อนุทิน' Kick off มอบธงแห่งความรักทั่วไทย ภายใต้แนวคิด "สมรสเท่าเทียม ยินดีกับทุกความรัก 878 อำเภอ ทั่วไทย (Embracing Equality: Love Wins in 878 Districts)" พร้อมย้ำ "ความรักไม่มีพ, เข้าถึงเมื่อ มกราคม 21, 2025 https://www.thaigov.go.th/news/contents/details/92329
ความคิดเห็น