พลังแห่งรัก ปฏิบัติสีรุ้ง สมรสเท่าเทียม ซอฟต์พาวเวอร์ใหม่ของประเทศไทย เริ่ม พฤหัสบดี 23 มกราคม 2568

 

พลังแห่งรัก ปฏิบัติสีรุ้ง สมรสเท่าเทียม ซอฟต์พาวเวอร์ใหม่ของประเทศไทย 
เริ่ม พฤหัสบดี 23 มกราคม 2568

ทำเนียบรัฐบาล พุธ 15 มกราคม 2568

บทความ
ชีพธรรม คำวิเศษณ์
ผู้ช่วย สส.สุธรรม แสงประทุม
พรรคเพื่อไทย
อังคาร 21 มกราคม 2568

ดาวน์โหลดภาพวีดีโอ

ปี 2533 เมื่อครั้งผมเป็นวัยรุ่น เพลงประวัติศาสตร์ ของคริสติน่า อากีล่า ดังกระหึ่มไปทั่วประเทศ และทุกยังนี้ยังคงได้รับความนิยมในกลุ่มคนวัย 50 แต่ครั้งนั้น “ประวัติศาสตร์จะไม่ซ้ำประวัติศาสตร์จะต้องเปลี่ยน” เป็นเรื่องชายหญิงเท่าเทียมกัน ไม่ทราบว่าเด็กรุ่นหลังรู้จักเพลงนี้กันหรือไม่ 


ย้อนหลังไปไกลนิดสมัยผมเรียนชั้นประถมที่โรงเรียนปรินส์ จ.เชียงใหม่ มีเพื่อนเป็นกระเทย เพื่อนๆ สมัยก่อนไม่มีคำว่าบูลลี่ คือล้อเลียน ก็ชอบไปล้อกัน เขาคงเจ็บปวด  แต่สำหรับเพื่อนที่เป็นทอม หญิงที่อยากเป็นชาย พวกเขาไม่รู้สึกเท่าไหร่ 


เมื่อครั้งผมเรียนมหาวิทยาลัยปี 2535  มีเพื่อน ทอมกับดี้ หญิงกับหญิงคบกัน ก็ไม่มีใครล้ออะไรมาก แต่ไม่เห็น ผู้ชายกับผู้ชายอยู่ด้วยกัน และอีก 2 วันข้างหน้าประเทศไทยกำลังเข้าสู่ยุคสิทธิพลเมืองใหม่อีกครั้งที่จะทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ฉีกทุกกฎของศาสนาในโลก 

ต้องขอบคุณทุกฝ่าย สภาผู้แทนราษฎร ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านร่วมร่วมพรรคดันกฎหมายฉบับนี้ออกมา

ในฐานะผู้ช่วย สส.สุธรรม แสงประทุม พรรคเพื่อไทย ผมจึงได้ทำบทความรายงานฉบับนี้ขึ้นมาเพื่อให้เห็นความเปลี่ยนแปลงทางด้านเศรษฐกิจและการเมืองที่กำลังเกิดขึ้น



แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เปิดทำเนียบรัฐบาล
ยินดีคู่รัก สมรสเท่าเทียม พุธ 15 มกราคม 2568

ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของความเท่าเทียมทางสังคม ด้วยการประกาศใช้กฎหมายสมรสเท่าเทียม ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันพฤหัสบดีที่ 23 มกราคม 2568 1 กฎหมายนี้เปิดโอกาสให้คู่รัก LGBTQ+ สามารถจดทะเบียนสมรสได้ทั้งในประเทศไทย และที่สถานทูตไทยในต่างประเทศทั่วโลก 2 นับเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และประเทศที่สามในเอเชีย 3 ที่ให้สิทธิคู่รัก LGBTQ+ จดทะเบียนสมรสอย่างถูกต้องตามกฎหมาย พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงลงพระปรมาภิไธยในร่างกฎหมายดังกล่าว และประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2567 3 การเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงความก้าวหน้าทางสังคมของไทย แต่ยังเป็นการใช้ “ซอฟต์พาวเวอร์” รูปแบบใหม่ ที่มีศักยภาพในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและยกระดับภาพลักษณ์ของประเทศบนเวทีโลก


ซอฟต์พาวเวอร์: อำนาจแห่งการดึงดูดใจ

ซอฟต์พาวเวอร์ คือ อำนาจในการโน้มน้าวใจและดึงดูดให้ผู้อื่นคล้อยตาม โดยอาศัยวัฒนธรรม ค่านิยม และนโยบายของประเทศ 5 ต่างจากฮาร์ดพาวเวอร์ ซึ่งใช้อำนาจทางการทหารหรือเศรษฐกิจในการบีบบังคับ ซอฟต์พาวเวอร์ไม่ได้เป็นเพียงการเผยแพร่วัฒนธรรม แต่เป็นการใช้วัฒนธรรมเหล่านั้นเพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีกับนานาประเทศ สร้างภาพลักษณ์ที่ดี และโน้มน้าวให้ผู้อื่นเห็นด้วยกับแนวทางและนโยบายของประเทศ 5 ตัวอย่างเช่น ญี่ปุ่นใช้ซอฟต์พาวเวอร์ผ่านวัฒนธรรมอนิเมะและมังงะ 5 หรือเกาหลีใต้ที่ใช้ K-Pop และซีรีส์ 5 ประเทศไทยเองก็มีซอฟต์พาวเวอร์ที่โดดเด่น เช่น อาหารไทย มวยไทย และเทศกาลต่างๆ 6 ซึ่งล้วนเป็นที่รู้จักและชื่นชอบของชาวต่างชาติ แม้กระทั่ง "ลิซ่า Blackpink" ศิลปินชาวไทย ก็ถือเป็นซอฟต์พาวเวอร์ที่ช่วยเผยแพร่วัฒนธรรมไทยผ่านดนตรี K-Pop และเวทีโลก 7




สมรสเท่าเทียม: ซอฟต์พาวเวอร์ในมิติใหม่

การประกาศใช้กฎหมายสมรสเท่าเทียมของไทย ถือเป็นการใช้ซอฟต์พาวเวอร์ในมิติใหม่ ที่สะท้อนถึงค่านิยมของสังคมไทยยุคใหม่ ที่เปิดกว้าง ยอมรับความหลากหลาย และเคารพสิทธิมนุษยชน  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นความเท่าเทียมทางเพศ ซึ่งเป็นประเด็นที่ทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญ การที่ประเทศไทยเป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ผ่านกฎหมายนี้ ยิ่งตอกย้ำภาพลักษณ์ความเป็นผู้นำด้านความเท่าเทียมในภูมิภาค และสอดคล้องกับการใช้ซอฟต์พาวเวอร์ในด้านอื่นๆ ที่ประสบความสำเร็จมาแล้ว การจดทะเบียนสมรสเท่าเทียมจะส่งผลต่อการเมืองในประเทศไทยในหลายด้าน:

  1. เสริมสร้างภาพลักษณ์ความก้าวหน้าทางสังคม: ประเทศไทยจะเป็นประเทศแรกในอาเซียนและประเทศที่ 3 ในเอเชียที่มีกฎหมายรับรองการสมรสของคู่รักเพศเดียวกัน ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ของไทยในฐานะประเทศที่มีความก้าวหน้าทางสังคมและเปิดกว้างต่อความหลากหลาย


  1. เพิ่มความน่าเชื่อถือในเวทีระหว่างประเทศ: การผ่านกฎหมายนี้แสดงให้เห็นว่าไทยปฏิบัติตามพันธสัญญาที่มีต่อนานาประเทศในการส่งเสริมสิทธิมนุษยชน ซึ่งจะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือของไทยในเวทีระหว่างประเทศ

  2. กระตุ้นการอภิปรายทางสังคมและการเมือง: แม้กฎหมายจะผ่านแล้ว แต่ยังมีประเด็นที่ต้องขับเคลื่อนต่อ เช่น พ.ร.บ.รับรองอัตลักษณ์ทางเพศสภาพ และการปรับปรุงกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องซึ่งจะนำไปสู่การอภิปรายทางสังคมและการเมืองอย่างต่อเนื่อง

  3. ส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการเมืองของกลุ่ม LGBTQIA+: การรับรองสิทธิของกลุ่ม LGBTQIA+ อาจนำไปสู่การมีส่วนร่วมทางการเมืองที่มากขึ้นของกลุ่มนี้ ทั้งในแง่ของการลงสมัครรับเลือกตั้งและการแสดงความคิดเห็นทางการเมือง

  4. ท้าทายโครงสร้างอำนาจเดิม: การเปลี่ยนแปลงนี้อาจสร้างความไม่พอใจให้กับกลุ่มอนุรักษ์นิยมบางส่วน ซึ่งอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในระยะยาว

  5. เปิดโอกาสทางเศรษฐกิจ: การรับรองสิทธิของคู่รักเพศเดียวกันอาจนำไปสู่การเติบโตทางเศรษฐกิจในบางภาคส่วน เช่น การท่องเที่ยว ซึ่งอาจส่งผลต่อนโยบายทางเศรษฐกิจและการเมืองในอนาคต

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงทัศนคติของสังคมไทยต่อประเด็นนี้อาจต้องใช้เวลาและรัฐบาลจำเป็นต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างความเข้าใจและการยอมรับในสังคม





การจดทะเบียนสมรสเท่าเทียมที่จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 23 มกราคม 2568 จะส่งผลดีต่อการลงทุนในประเทศไทยหลายด้าน:

  1. เพิ่มความน่าเชื่อถือในระดับนานาชาติ: การผ่านกฎหมายนี้แสดงให้เห็นว่าไทยปฏิบัติตามพันธสัญญาด้านสิทธิมนุษยชนกับนานาประเทศ ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ของไทยในฐานะประเทศที่มีความก้าวหน้าทางสังคมและเปิดกว้างดึงดูดการลงทุนจากกลุ่ม LGBTQIA+: กลุ่ม LGBTQIA+ มีกำลังซื้อสูง โดยมีรายได้เฉลี่ยสูงกว่าครัวเรือนทั่วไป ซึ่งอาจนำไปสู่การลงทุนในธุรกิจต่างๆ ในประเทศไทย

  2. กระตุ้นการลงทุนในภาคบริการ: ธุรกิจบริการหลายสาขาจะมีโอกาสเติบโต เช่น ธุรกิจโรงแรม ธุรกิจจัดงานแต่งงาน และธุรกิจท่องเที่ยว ซึ่งจะดึงดูดการลงทุนทั้งจากในและต่างประเทศ

  3. เพิ่มโอกาสการลงทุนในธุรกิจการเงิน: คู่สมรส LGBTQIA+ จะสามารถทำธุรกรรมทางการเงินร่วมกันได้ เช่น การกู้เงินซื้อบ้าน ซึ่งจะเพิ่มโอกาสการลงทุนในภาคการเงินและอสังหาริมทรัพย์

  4. สร้างโอกาสการลงทุนในธุรกิจเฉพาะกลุ่ม: เช่น ธุรกิจให้คำปรึกษาและวางแผนครอบครัวสำหรับคู่รักหลากหลายเพศ ซึ่งเป็นตลาดใหม่ที่มีศักยภาพสูง

  5. เพิ่มโอกาสการจัดงานระดับนานาชาติ: ไทยอาจมีโอกาสเป็นเจ้าภาพจัดงานเทศกาลระดับโลกอย่าง World Pride ซึ่งจะดึงดูดการลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้อง

การจดทะเบียนสมรสเท่าเทียมจึงไม่เพียงแต่ส่งเสริมสิทธิมนุษยชน แต่ยังเป็นโอกาสสำคัญในการดึงดูดการลงทุนและพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยในระยะยาว โดยเฉพาะในภาคบริการและธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับกลุ่ม LGBTQIA+





ผลดีทางเศรษฐกิจ

การเปิดรับสมรสเท่าเทียม คาดว่าจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจไทยในหลายด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว 9 เนื่องจากประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยว LGBTQ+ อยู่แล้ว 10 กฎหมายฉบับนี้จะยิ่งเพิ่มความน่าสนใจของไทยในสายตาชาวโลก และดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ให้เดินทางเข้ามามากขึ้น มีการคาดการณ์ว่า รายได้จากการท่องเที่ยวจะเพิ่มขึ้นประมาณ 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 7 หมื่นล้านบาทต่อปี 10





Sector

Projected Impact

ที่พัก

0.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

อาหารและเครื่องดื่ม

0.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

การจับจ่ายซื้อสินค้า

0.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

การเดินทางภายในประเทศ

0.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

อุตสาหกรรมอื่นๆ (เช่น ความบันเทิงและบริการทางการแพทย์)

0.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ


นอกจากนี้ การสมรสเท่าเทียมยังส่งผลดีต่อภาคธุรกิจอื่นๆ เช่น ธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และธุรกิจจัดงานแต่งงาน 10 กฎหมายนี้จะทำให้ไทยกลายเป็นศูนย์กลางการจัดงานแต่งงานสำหรับคู่รัก LGBTQ+ จากประเทศเพื่อนบ้านในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ยังไม่มีกฎหมายรองรับการสมรสเท่าเทียม 10 รวมถึงธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการวางแผนครอบครัว เช่น การรับบุตรบุญธรรม การทำประกันชีวิต และการวางแผนทางการเงิน 10

การผลักดันให้เกิดการยอมรับความหลากหลายทางเพศ ย่อมส่งผลดีต่อการพัฒนาเศรษฐกิจในระยะยาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดึงดูดนักลงทุนและบุคลากรที่มีความสามารถจากทั่วโลก ซึ่งมองหาประเทศที่เปิดกว้างและให้ความสำคัญกับสิทธิมนุษยชน 10




ผลกระทบทางเศรษฐกิจของกฎหมายนี้มีนัยสำคัญ การศึกษาชี้ว่าการทำให้การแต่งงานระหว่างเพศเดียวกันถูกกฎหมายอาจเพิ่ม GDP ของไทยได้ถึง 0.3% โดยเฉพาะจากการท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง ประเทศไทยพร้อมที่จะกลายเป็นจุดหมายปลายทางชั้นนำสำหรับนักท่องเที่ยว LGBTQ+ โดยเฉพาะสำหรับพิธีแต่งงานและการฮันนีมูน

Agoda ร่วมกับ Access Partnership คาดการณ์ว่ากฎหมายใหม่นี้อาจดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นถึง 4 ล้านคนต่อปี การไหลเข้ามานี้คาดว่าจะกระตุ้นภาคส่วนต่างๆ ของเศรษฐกิจไทย:

  1. อุตสาหกรรมการแต่งงาน: สถานที่จัดงานแต่งงานของไทยที่เป็นที่นิยมอยู่แล้วจะเห็นความต้องการพุ่งสูงขึ้นจากคู่รักเพศเดียวกันที่มองหาสถานที่ที่แปลกตาและเปิดกว้างสำหรับพิธีแต่งงานของพวกเขา

  2. ภาคการบริการ: โรงแรม รีสอร์ท และสถานที่จัดงานต่างๆ น่าจะได้รับประโยชน์จากการจองที่เพิ่มขึ้นสำหรับงานแต่งงานและฮันนีมูน

  3. บริการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว: ตั้งแต่บริษัทนำเที่ยวไปจนถึงช่างฝีมือท้องถิ่น ผลกระทบที่ลุกลามจากการท่องเที่ยว LGBTQ+ ที่เพิ่มขึ้นจะรู้สึกได้ทั่วทั้งอุตสาหกรรม

  4. ความบันเทิงและไนท์ไลฟ์: ฉากความบันเทิงที่คึกคักของไทย โดยเฉพาะในเมืองอย่างกรุงเทพฯ และภูเก็ต คาดว่าจะเฟื่องฟูด้วยการหลั่งไหลเข้ามาของนักท่องเที่ยว LGBTQ+







การจดทะเบียนสมรสเท่าเทียมจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจไทยในระยะยาวหลายด้าน:

  1. กระตุ้นการเติบโตของธุรกิจบริการหลายสาขา โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการจัดงานแต่งงาน เช่น โรงแรม สตูดิโอถ่ายภาพ และธุรกิจเช่าชุดแต่งงาน1

  2. ส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่ม LGBTQIA+ ซึ่งมีกำลังซื้อสูงและชอบเดินทางท่องเที่ยว

  3. เพิ่มโอกาสให้ไทยเป็นศูนย์กลางการจัดงานแต่งงานของทุกเพศสภาพในเอเชีย สร้างรายได้ให้กับประเทศ

  4. ขยายตลาดสำหรับธุรกิจประกันภัยและบริการทางการเงิน เนื่องจากคู่สมรส LGBTQIA+ จะสามารถทำประกันชีวิตให้กันและกู้เงินร่วมกันได้

  5. สร้างโอกาสสำหรับธุรกิจเฉพาะกลุ่ม เช่น ธุรกิจให้คำปรึกษาและวางแผนครอบครัวสำหรับคู่รักหลากหลายเพศ

  6. เปิดโอกาสให้ไทยเป็นเจ้าภาพจัดงานเทศกาลระดับโลกอย่าง World Pride ซึ่งจะสร้างรายได้มหาศาล

  7. ส่งเสริมภาพลักษณ์ของไทยในฐานะประเทศที่เปิดกว้างและเป็นมิตรกับ LGBTQIA+ ซึ่งจะช่วยดึงดูดการลงทุนและการท่องเที่ยวในระยะยาว

การรับรองสมรสเท่าเทียมจึงไม่เพียงแต่ส่งเสริมสิทธิมนุษยชน แต่ยังเป็นโอกาสสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยในระยะยาวอีกด้วย





ยกระดับภาพลักษณ์ประเทศ

การประกาศใช้กฎหมายสมรสเท่าเทียม เป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนถึงความมุ่งมั่นของไทยในการส่งเสริมสิทธิมนุษยชน และความเท่าเทียมทางเพศ 11 ซึ่งจะช่วยยกระดับภาพลักษณ์ของประเทศไทยในสายตาชาวโลก และสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างชาติ กฎหมายฉบับนี้ยังแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์กว่า 60 มาตรา โดยเปลี่ยนแปลงคำศัพท์จาก "สามี" "ภรรยา" "ชาย" และ "หญิง" เป็นคำที่เป็นกลางทางเพศ เช่น "คู่สมรส" 4 สะท้อนถึงความตั้งใจในการสร้างสังคมที่เท่าเทียมกันอย่างแท้จริง

ประเทศไทยมีชื่อเสียงในด้านการเป็นมิตรกับนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักท่องเที่ยว LGBTQ+ 10 การประกาศใช้กฎหมายสมรสเท่าเทียม ยิ่งเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์ดังกล่าว และอาจช่วยให้ประเทศไทยได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพจัดงาน WorldPride ในอนาคต ซึ่งเป็นงานระดับนานาชาติที่ส่งเสริมความเข้าใจเกี่ยวกับ LGBTQ+ และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศเจ้าภาพ 10




บทสรุป

การจดทะเบียนสมรสเท่าเทียมในประเทศไทย ถือเป็นการใช้ซอฟต์พาวเวอร์รูปแบบใหม่ ที่มีศักยภาพในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและยกระดับภาพลักษณ์ของประเทศ โดยสะท้อนถึงความก้าวหน้าทางสังคม การเปิดกว้าง และการเคารพสิทธิมนุษยชน ซึ่งเป็นคุณค่าที่ทั่วโลกให้ความสำคัญ เพื่อให้ใช้ประโยชน์จากซอฟต์พาวเวอร์นี้ได้อย่างเต็มที่ รัฐบาลไทยจำเป็นต้องสื่อสาร ประชาสัมพันธ์ และสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายฉบับนี้ ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อให้เกิดการยอมรับ และดึงดูดให้ประเทศไทยกลายเป็น “LGBTQ+ Global Destination” อย่างแท้จริง และบรรลุเป้าหมายทางเศรษฐกิจและสังคมที่ประเทศไทยมุ่งหวัง

อ้างอิง

1. พร้อมเเล้ว! ชวนคู่รักจดทะเบียน "สมรสเท่าเทียม" วันเเรก 23 ม.ค.นี้ | 20 ม.ค. 68 | ข่าวใส่ไข่ - YouTube, เข้าถึงเมื่อ มกราคม 21, 2025 https://www.youtube.com/watch?v=eAKpYsT6_bc


2. ดีเดย์ 23 ม.ค.! จดทะเบียน “สมรสเท่าเทียม” ได้ทุกอำเภอ/เขต -สถานทูตไทยในต่างประเทศทั่วโลก, เข้าถึงเมื่อ มกราคม 21, 2025 https://today.line.me/th/v2/article/kE3yOj0


3. Thailand legalizes same-sex marriage, allows couples to wed starting in January | AP News, เข้าถึงเมื่อ มกราคม 21, 2025 https://apnews.com/article/thailand-marriage-equality-law-e0df9fa2d38afc81c53dda81ce489be5


4. Thailand Legalizes Same-Sex Marriage, เข้าถึงเมื่อ มกราคม 21, 2025 https://thailand.prd.go.th/en/content/category/detail/id/52/iid/327229


5. Soft Power ส่งผลให้เกิดอิทธิพลทางวัฒนธรรมและเศรษฐกิจอย่างไร ..., เข้าถึงเมื่อ มกราคม 21, 2025 https://www.popticles.com/business/what-is-soft-power/


6. ซอฟต์พาวเวอร์คืออะไร มีอะไรบ้าง ส่งผลกับการใช้ชีวิตยังไง - เงินติดล้อ, เข้าถึงเมื่อ มกราคม 21, 2025 https://www.tidlor.com/th/article/lifestyle/general/what-is-soft-power


7. Soft Power อำนาจแห่งความสร้างสรรค์ เพื่อสรรค์สร้างเศรษฐกิจไทย, เข้าถึงเมื่อ มกราคม 21, 2025 https://www.businesseventsthailand.com/th/press-media/news-press-release/detail/1461-soft-power-the-power-of-creativity-to-build-the-thai-economy


8. Thailand to allow same-sex couples to marry in January | LGBTQ ..., เข้าถึงเมื่อ มกราคม 21, 2025 https://www.aljazeera.com/news/2024/9/25/thailand-to-allow-same-sex-couples-to-marry-in-january


9. รัฐบาลไทย-ข่าวทำเนียบรัฐบาล-​นายกฯ เปิดทำเนียบฯ ถ่ายภาพประวัติศาสตร์ 'สมรสเท่าเทียม' ทั่วโลกชื่นชม ธงสีรุ้งปักลงบนประเทศไทยอย่างภาคภูมิใจ บังคับใช้กม. 23 ม.ค. นี้, เข้าถึงเมื่อ มกราคม 21, 2025 https://www.thaigov.go.th/banner/id/876


10. สมรสเท่าเทียม ดัน “ไทย” จุดหมายใหม่ LGBTQIA+ อาเซียน ดึงคู่รัก ..., เข้าถึงเมื่อ มกราคม 21, 2025 https://www.thairath.co.th/money/business_marketing/trends/2825709


11. รัฐบาลไทย-ข่าวทำเนียบรัฐบาล-'อนุทิน' Kick off มอบธงแห่งความรักทั่วไทย ภายใต้แนวคิด "สมรสเท่าเทียม ยินดีกับทุกความรัก 878 อำเภอ ทั่วไทย (Embracing Equality: Love Wins in 878 Districts)" พร้อมย้ำ "ความรักไม่มีพ, เข้าถึงเมื่อ มกราคม 21, 2025 https://www.thaigov.go.th/news/contents/details/92329


ความคิดเห็น